
ความหมายและความสำคัญของการฟัง
การฟัง
หมายถึง การรับรู้เรื่องราวต่าง ๆ จากแหล่งของเสียง
ซึ่งอาจจะรับรู้ผ่านผู้พูดโดยตรง หรือรับรู้ผ่านอุปกรณ์บันทึกเสียงแบบต่าง ๆ
โดยแหล่งเสียงจะส่งผ่านประสาทสัมผัสทางหูเข้ามา
แล้วผู้ฟังเกิดการรับรู้ความหมายของเสียงที่ได้ยินจากนั้นนำความหมายที่ได้รับรู้ไปพิจารณาทำความเข้าใจวัตถุประสงค์ของผู้พูดประเมินค่าสารที่ได้ฟังและสามารถนำสารที่ได้จากการฟังไปปฏิบัติให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวันของตนได้ขั้นตอนและกระบวนการการฟังเพื่อรับสาร การฟังที่ดีมีประสิทธิภาพคือ
การฟังอย่างมีวิจารณญาณ คือ การฟังที่มีประสิทธิภาพ
นอกจากการฟังเพื่อการรับสารแล้ว
ต้องมีการวิเคราะห์ ใคร่ครวญ วินิจฉัย ประเมินค่า และเพื่อใช้ประโยชน์
ในชีวิตประจำวันอย่างแท้จริงตามจุดมุ่งหมายที่ตั้งไว้ทุกประการ
ขั้นตอนและกระบวนการฟัง
จากความหมายของการฟัง
เราสามารถนำมาเขียนเป็นกระบวนการฟังได้ 6 ขั้นตอน ดังนี้
1.
ขั้นได้ยินเสียง
กระบวนการฟังจะเริ่มต้นตั้งแต่การได้ยินเสียงจากแหล่งของเสียงซึ่งแพร่คลื่นเสียงที่มีลักษณะเป็นคลื่นไฟฟ้าผ่านอากาศเข้ามา
ประสาทสัมผัสทางหู หรือโสตประสาทจะรับเสียงเหล่านั้นผ่านเข้าไปยังสอง
2.
ขั้นรับรู้ เมื่อเสียงผ่านเข้าไปยังสมองแล้ว สมองจะจำแนกเสียงพยางค์ไปตามลักษณะโครงสร้างทางไวยากรณ์ของแต่ละภาษา
หากเป็นเสียงในภาษาที่ผู้ฟังรู้จักและเข้าใจจะเกิดการรับรู้
แต่หากผู้ฟังไม่รู้จักเสียงที่ผ่านเข้ามาก็จะไม่เกิดความหมายใด
3.
ขั้นตีความ เป็นขั้นที่ผู้ฟังแปลความหมาย
หรือตีความหมายของประโยคหรือสิ่งที่ได้ยิน ได้ฟัง
4.
ขั้นเข้าใจ
เป็นขั้นการฟังซึ่งผู้ฟังสามารถเข้าใจความหมายของใจความสำคัญของผู้พูดได้อย่างถูกต้อง
5.
ขั้นพิจารณาหรือขั้นเชื่อ
เป็นขั้นที่ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้ฟังที่จะตัดสินว่าเรื่องที่ได้ยินมานั้น
เป็นความจริงเพียงใด น่าเชื่อถือได้หรือไม่
ยอมรับได้หรือไม่ และเป็นประโยชน์ต่อตนเองหรือไม่
6.
ขั้นการนำไปใช้ เมื่อพิจารณาสารเรียบร้อยแล้ว
ผู้ฟังจะนำความรู้ความเข้าใจที่ได้จากการฟังไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและสังคมต่อไป
ความสำคัญของการฟัง
การฟังเป็นกระบวนการสื่อสารที่มนุษย์ใช้ก่อนทักษะอื่น
ดังนั้นทักษะการฟังจึงมีความสำคัญมากในการติดต่อสื่อสาร
ซึ่งสามารถจำแนกความสำคัญเป็นประเด็น ๆ ดังนี้
1.
การฟังเป็นกระบวนการรับสารที่เราใช้มากที่สุดในชีวิตประจำวัน เช่น
การติดต่อสื่อสารในชีวิตประจำวันของมนุษย์
มนุษย์สามารถติดต่อสื่อสารการฟังโดยผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ โทรศัพท์ วิทยุ
โทรทัศน์ ฯลฯ จากสถิติการวิจัยของวิลเลียม เอฟ แมคคี เขียนไว้ในหนังสือ “Language
Teaching Analysis” ว่า วันหนึ่ง ๆ ของคนเราจะมีการฟัง 48% การพูด 23% การอ่าน 16%
และการเขียน 13% (อ้างถึงใน สถาบันราชภัฏสวนดุสิต. 2539: 6)
2.
การฟังเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการแสวงหาความรู้ทุกสาขาวิชา ไม่ว่าจะเป็นความรู้ทางด้านการเรียนทุกระดับ
ทุกวิชาชีพ ซึ่งเป็นความรู้ที่มนุษย์ต้องการมากที่สุด
3.
การฟังเป็นทักษะส่งเสริมความคิดและความฉลาดรอบรู้ เป็นพหูสูต(ผู้สดับตรับฟังมาก)
ทำให้ประสบความสำเร็จและก้าวหน้าในหน้าที่การงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4.
การฟังช่วยให้เกิดความคิดสร้างสรรค์สิ่งที่แปลกใหม่โดยการวิเคราะห์ ตีความ
นำมาประยุกต์ปรับเปลี่ยนได้อย่างเหมาะสม เกิดความงอกงามทางความรู้ ความคิด
และสติปัญญา
5.
การฟังเป็นทักษะที่ก่อให้เกิดความสนุกสนานเพลิดเพลิน เช่น การฟังเพลง นิทาน
วรรณคดี เป็นต้น
6.
การฟังช่วยให้ผู้รับสารเป็นผู้พูดและผู้เขียนที่มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล
เพราะการฟังช่วยให้ผู้ฟังได้รับความรู้ ประสบการณ์ด้านเนื้อหาสาระ
ภาษาถ้อยคำทั้งร้อยแก้วและร้อยกรอง เพื่อเป็นข้อมูลในการพูดและการเขียนต่อไป
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น